ผู้ว่าฯ สระบุรี ผนึกกำลัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรฯประชุมร่วม ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ขับเคลื่อน “สระบุรีโมเดล”จับจริง แก้ปัญหารถบรรทุกแช่ขวา คืนถนนให้ประชาชน ในเส้นทางหลัก
เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และพล.ต.ต.เกษดา วัชรานนท์ ผู้บังคับการตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ร่วมประชุมปรึกษาแนวทางการแก้ปัญหารถบรรทุกสัญจรในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวกันนิดา ทรรศนียวนิช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรีพร้อม หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนผู้ประกอบการ ณ ห้องประชุมหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสระบุรี
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการ “สระบุรีโมเดลขับรถชิดซ้ายปลอดภัยทั้งเมือง คืนถนนให้ประชาชน“ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตจังหวัดสระบุรีอย่างจริงจังและถูกต้อง บังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่รถบรรทุกแช่ขวา จากเบาไปหนักควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ จากผู้ประกอบการ และผู้ขับขี่รถบรรทุกปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ได้เสนอแผนการดำเนินงาน "สระบุรีโมเดล" (2 ระยะ) กรณีรถบรรทุกวิ่งขวา
ระยะที่ 1
ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ บังคับใช้กฎหมาย จาก เบา ไปหา หนัก ระหว่างวันที่ 6 – 30 พ.ย.69
ระยะที่ 2
ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่ ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
ซึ่งในที่ประชุมวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 17 หน่วยงานได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสระบุรีโมเดล ขับรถชิดซ้ายปลอดภัยทั้งเมือง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการขับรถชิดซ้ายตามกฎหมายและข้อยกเว้นที่ใช้บังคับ ลดการขับกีดขวาง ตีคู่ และเปลี่ยนช่องทางอย่างไม่ปลอดภัย บนทางหลวงหมายเลข 1 กม. 79–144+400 และทางหลวงหมายเลข 2 กม. 0–35+700
โดยเฉพาะการกวดขันรถบรรทุกที่ใช้ช่องทางขวาอย่างต่อเนื่อง
หรือขับรถแช่ขวาโดยไม่มีเหตุอันสมควร บนถนนสายหลักที่ผ่านจังหวัดสระบุรี ได้แก่
ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ตั้งแต่ กม.79- กม.144+700 ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ตั้งแต่ กม.0- กม.35+700 การขับรถบรรทุกไม่ชิดซ้าย
หรือใช้ช่องทางขวาโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ดังนี้
.1.
กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.35 วรรค 2 + ม.157
รายละเอียด: ม.35 วรรคสอง :
รถบรรทุก รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์ ในทางที่มีตั้งแต่สองช่องขึ้นไป
ต้องขับรถในช่องเดินรถซ้ายสุด หรือใกล้เคียงกับช่องซ้ายสุด
(เว้นแต่กรณีจำเป็น) บทกำหนดโทษ :
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
2.
กฎหมาย: พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ม.111 + ม.161
รายละเอียด: ม.111 :
ให้นำบทบัญญัติทั้งหลายในกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยจราจรที่กี่ยวกับหน้าที่ของผู้ขับรถ
ผู้เก็บค่าโดยสาร และนายตรวจ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ผู้ขับรถ ผู้เก็บค่าโดยสาร
และนายตรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ โดยให้อธิบดี นายทะเบียน
หรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวด้วย บทกำหนดโทษ : ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
3.
กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.43(5) + ม.158/1 วรรคแรก รายละเอียด: ม.43(5) :
ห้ามขับรถลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถธรรมดา
หรือไม่อาจเห็นทางหน้าหรือหลังได้ปลอดภัย หรือไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่นบทกำหนดโทษ
: จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 2,000 - 10,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)
4.
กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.43( 8 ) + ม.158/1 วรรคสอง รายละเอียด: ม.43 ( 8 ) : ห้ามขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่า
ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น (ขับขี่หวาดเสียว/
อันตราย) บทกำหนดโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ยกตัวอย่าง
ถนนมิตรภาพมี 3 ช่องทาง หากต้องแซง
ให้ใช้ช่องทางเดินช่องกลาง ในการแซงเมื่อปลอดภัย
และกลับเข้าช่องทางเดินรถช่องซ้ายเมื่อแซงพ้นแล้ว วิ่งแช่ขวาไม่อ้างเหตุ แซงช่องทางขวาสุด
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว สระบุรี รายงาน












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น