วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ สระบุรี ผนึกกำลัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรฯประชุมร่วม ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ขับเคลื่อน “สระบุรีโมเดล”จับจริง แก้ปัญหารถบรรทุกแช่ขวา คืนถนนให้ประชาชน ในเส้นทางหลัก


             เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569   นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และพล.ต.ต.เกษดา วัชรานนท์ ผู้บังคับการตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ร่วมประชุมปรึกษาแนวทางการแก้ปัญหารถบรรทุกสัญจรในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวกันนิดา ทรรศนียวนิช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรีพร้อม หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนผู้ประกอบการ ณ ห้องประชุมหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสระบุรี







        การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการ “สระบุรีโมเดลขับรถชิดซ้ายปลอดภัยทั้งเมือง คืนถนนให้ประชาชน“ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตจังหวัดสระบุรีอย่างจริงจังและถูกต้อง บังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่รถบรรทุกแช่ขวา จากเบาไปหนักควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ จากผู้ประกอบการ และผู้ขับขี่รถบรรทุกปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ได้เสนอแผนการดำเนินงาน "สระบุรีโมเดล" (2 ระยะ) กรณีรถบรรทุกวิ่งขวา







        ระยะที่ 1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ บังคับใช้กฎหมาย จาก เบา ไปหา หนัก ระหว่างวันที่ 6 – 30 พ.ย.69

         ระยะที่ 2 ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่ ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

          ซึ่งในที่ประชุมวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 17 หน่วยงานได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสระบุรีโมเดล ขับรถชิดซ้ายปลอดภัยทั้งเมือง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการขับรถชิดซ้ายตามกฎหมายและข้อยกเว้นที่ใช้บังคับ ลดการขับกีดขวาง ตีคู่ และเปลี่ยนช่องทางอย่างไม่ปลอดภัย บนทางหลวงหมายเลข 1 กม. 79–144+400 และทางหลวงหมายเลข 2 กม. 0–35+700








            โดยเฉพาะการกวดขันรถบรรทุกที่ใช้ช่องทางขวาอย่างต่อเนื่อง หรือขับรถแช่ขวาโดยไม่มีเหตุอันสมควร บนถนนสายหลักที่ผ่านจังหวัดสระบุรี ได้แก่

            ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ตั้งแต่ กม.79- กม.144+700  ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ตั้งแต่ กม.0- กม.35+700    การขับรถบรรทุกไม่ชิดซ้าย หรือใช้ช่องทางขวาโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ดังนี้

            .1. กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.35 วรรค 2 + ม.157   รายละเอียด: ม.35 วรรคสอง :  รถบรรทุก รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์ ในทางที่มีตั้งแต่สองช่องขึ้นไป ต้องขับรถในช่องเดินรถซ้ายสุด หรือใกล้เคียงกับช่องซ้ายสุด (เว้นแต่กรณีจำเป็น)   บทกำหนดโทษ : ปรับไม่เกิน 4,000 บาท

            2. กฎหมาย: พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ม.111 + ม.161   รายละเอียด: ม.111 :  ให้นำบทบัญญัติทั้งหลายในกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยจราจรที่กี่ยวกับหน้าที่ของผู้ขับรถ ผู้เก็บค่าโดยสาร และนายตรวจ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ผู้ขับรถ ผู้เก็บค่าโดยสาร และนายตรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ โดยให้อธิบดี นายทะเบียน หรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวด้วย   บทกำหนดโทษ : ปรับไม่เกิน 5,000 บาท












            3. กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.43(5) + ม.158/1 วรรคแรก รายละเอียด: ม.43(5) :  ห้ามขับรถลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถธรรมดา หรือไม่อาจเห็นทางหน้าหรือหลังได้ปลอดภัย หรือไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่นบทกำหนดโทษ : จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 2,000 - 10,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)

            4. กฎหมาย: พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.43( 8 ) + ม.158/1 วรรคสอง   รายละเอียด: ม.43 ( 8 ) :  ห้ามขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่า ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น (ขับขี่หวาดเสียว/ อันตราย)   บทกำหนดโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)

            ยกตัวอย่าง ถนนมิตรภาพมี 3 ช่องทาง หากต้องแซง ให้ใช้ช่องทางเดินช่องกลาง ในการแซงเมื่อปลอดภัย และกลับเข้าช่องทางเดินรถช่องซ้ายเมื่อแซงพ้นแล้ว วิ่งแช่ขวาไม่อ้างเหตุ แซงช่องทางขวาสุด

ร.ต.สุประวีณ์  บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว สระบุรี รายงาน




 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น