วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

เหล่าผู้ศรัทธาเข้าร่วมพิธีมหาพิธีบวงสรวงเทพยดา  มงคลกาลไจตระ ชักนาคดึกดำบรรพ์ ผสานศรัทธาพุทธ–พราหมณ์–ฮินดู สะท้อนพลังความเชื่อร่วมสมัย” กับอาจารย์โอเล่ ญาณสัมผัส และ คุณส้มเช้ง สามช่า ดาราตลกคนดัง  ที่ ศรีวรญาลัย เมืองสระบุรี







            เมื่อ 21มีนาคม 69 เวลา 19.00น.ที่ ณ สถานธรรมศรีวรญาลัย พุทธสถาน–เทวาลัย ณ สระบุรี ถนนเทศบาล 3 เมืองสระบุรี อาจารย์โอเล่ ญาณสัมผัส และคุณบุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ หรือ ส้มเช้ง สามช่า ดาราตลกคนดัง ได้มีการจัด “มหาพิธีบวงสรวงเทพยดา” เนื่องในโอกาสเปิดพุทธสถาน เทวาลัย และประกอบพิธีมงคล “ไจตระ” อย่างสมบูรณ์แบบตามฤกษ์มงคล ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา ความขลัง และความคาดหวังในความเป็นสิริมงคลของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากผู้มีศรัทธาในองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ถือเอาโอกาสอันดีนี้ปฏิบัติบูชาท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา ความขลัง และความคาดหวังในความเป็นสิริมงคลของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก


            พิธีครั้งนี้จัดขึ้น ในวันที่ 20-22 มีนาคม 69 โดย อาจารย์โอเล่ ญาณสัมผัส ผู้เป็นที่รู้จักในสายศาสตร์เร้นลับและจิตสัมผัส ร่วมด้วย ส้มเช้ง สามช่า บุคคลในวงการบันเทิง ตลอดจนทีมงานจาก The Ghost Secret ซึ่งมีบทบาทในการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อและโลกวิญญาณ โดยมีคณะศิษย์ยานุศิษย์และผู้ติดตามจากหลากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง จนพื้นที่จัดงานเต็มไปด้วยพลังศรัทธาอย่างเห็นได้ชัด










            ลำดับพิธีเริ่มต้นด้วยการบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติพราหมณ์–ฮินดู ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับพิธี “ปูชา” และ “ยัชญะ” ในวัฒนธรรมอินเดีย อันเป็นการถวายเครื่องสักการะและการประกอบพิธีผ่านไฟศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพยดา ก่อนจะเข้าสู่พิธีสำคัญ คือการเปิดพุทธสถานและเทวาลัย ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับพิธีอภิเษกเทวสถานตามคติอินเดียโบราณ ที่เชื่อว่าเป็นการอัญเชิญพลังแห่งเทพให้สถิต ณ สถานที่นั้นอย่างสมบูรณ์



















            หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการประกอบพิธี “กาลไจตระ” ซึ่งอ้างอิงตามคติของศาสนาฮินดู โดย “กาลไจตระ” ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่ในปฏิทินฮินดู จึงถูกยกให้เป็นฤกษ์มงคลสำหรับ การเริ่มต้นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศาสนสถาน การเริ่มพิธีกรรม หรือการเปิดกิจการ ความเชื่อนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทไทยได้อย่างกลมกลืน สะท้อนถึงการรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน











            ภายในงานยังมีการแสดงนาฏศิลป์อันวิจิตรตระการตา ได้แก่ ชุด “ชักนาคดึกดำบรรพ์” และ “นาคีประทานพร” จาก คณะโจหลุยส์ ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสมผสานศิลปะไทยกับแนวคิดเชิงตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค อันมีความเชื่อมโยงกับจักรวาลวิทยาในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา การแสดงดังกล่าวมิได้เป็นเพียงความบันเทิง หากแต่ยังทำหน้าที่เสมือน “นาฏกรรมบูชา” ที่สะท้อนการถวายความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผ่านศิลปะการร่ายรำ









            ตลอดทั้งพิธี ผู้เข้าร่วมงานต่างแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธา ผ่านการร่วมสวดมนต์ จุดธูปเทียน และถวายเครื่องบูชา บรรยากาศโดยรวมจึงเต็มไปด้วยความสงบ ขรึมขลัง และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเชื่อที่ยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

            ในภาพรวม งานมหาพิธีครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมในสังคมไทยร่วมสมัย ซึ่งยังคงผสมผสานองค์ประกอบจากศาสนาพุทธ พราหมณ์ และฮินดูไว้ได้อย่างแนบแน่น ทั้งในมิติของศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน















            พิธีดังกล่าวไม่เพียงเป็นการเปิดศาสนสถานเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ของ “การเชื่อมโยงโลกแห่งศรัทธา” ระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ อันสะท้อนรากลึกของวัฒนธรรมความเชื่อที่ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทยอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง


            และสุดท้ายสายมูไม่พลาด  คอหวยมีลุ้น! หลังพิธีกรรมเสร็จสิ้น พบ “เลขเด็ด” ภายในกระถางหน้าศาสนสถาน สร้างความฮือฮาให้กับผู้ศรัทธาและสายเสี่ยงโชค ที่เตรียมนำไปลุ้นรับทรัพย์ในงวดนี้









ทั้งนี้ อาจารย์โอเล่ ญาณสัมผัส และ ส้มเช้ง สามช่า เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมหรือเข้าสักการะสถานที่ดังกล่าว สามารถติดต่อหรือติดตามรายละเอียดได้ผ่านเพจ The Ghost Secret โดยขณะนี้ยังไม่เปิดให้ Walk-in เนื่องจากบางจุดอยู่ระหว่างการปรับปรุง แต่สามารถเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสอบถามล่วงหน้าได้ตลอดเวลา
























 ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน




 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น