วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2566
วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2566
บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: เทศบาลตำบลหนองแซง&อำเภอหนองแซง&การท่องเที่ยวแห่งปร...

เทศบาลตำบลหนองแซง&อำเภอหนองแซง&การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพระนครศรีอยุธยา
กำหนดจัดงาน”สืบสานตำนานมะม่วงมันหนองแซง”ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่
30 มีนาคม~3 เมษายน 2566 นี้ ณ บริเวณหน้าเทศบาลหนองแซง จังหวัดสระบุรี
มะม่วงมันหนองแซงจังหวัดสระบุรี มีประวัติเล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมาแล้วพ่อเฒ่าทิม คนบ้านหนองน้ำสร้าง ได้ไปเยี่ยมญาติซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในกรุงเทพฯและพักอยู่กับพระหลายวัน ได้รับประทานมะม่วงอร่อยจึงเก็บเมล็ดไว้เพื่อกลับบ้านได้เอาเมล็ดมะม่วง 3 เมล็ดมาให้แม่เฒ่าคำปลูกไว้ข้างยุ้งข้าวที่บ้านหนองน้ำสร้างโดยไม่รู้ว่าเป็นเมล็ดมะม่วงอะไรพอมะม่วงโตมีลูกออกมาในระยะใกล้เคียงกันทั้ง 3 ต้นก็ปรากฏว่าต้นหนึ่งผลโตมากคือ”มะม่วงหัวช้าง”อีกต้นหนึ่งผลใหญ่เวลาสุกผิวส่วนหัวสีแดงจัดเรียก”ตลับนาค” สำหรับต้นที่เหลือ รับประทานเข้าไปแล้วรสชาติผิดแปลกไปจากมะม่วงต้นอื่นๆไม่ว่าจะรับประทานตอนไหนก็จะไม่มีรสเปรี้ยวเจ้าของเลยตั้งชื่อว่า”มะม่วงมัน” จากนั้นเพื่อนบ้านก็ขอพันธุ์ไปปลูกแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆตามลำดับแต่เดิมชาวบ้านอำเภอหนองแซงปลูกมะม่วงกันทุกครัวเรือน บ้างก็ปลูกเป็นอาชีพ บ้างก็ปลูกตามหัวไร่ปลายนา เมื่อถึงฤดูกาลมะม่วงจะนำมะม่วงไปวางจำหน่ายบริเวณสถานีรถไฟอำเภอหนองแซง ผู้คนที่รู้จักในชื่อเสียงของมะม่วงมันนี้ จะไปรอซื้อและนำไปจำหน่ายต่อจึงเป็นจุดกำเนิดของมะม่วงพันธุ์มันหนองแซงและนำมาตั้งเป็นคำขวัญของอำเภอว่า”มะม่วงต้นตำรับ เครื่องประดับโบราณชลประทานหลากหลาย ทางรถไฟสู่อีสาน ศูนย์ตำนานวัฒนธรรม”ด้วยความโดดเด่นรสชาติที่แตกต่างเพราะเป็นมะม่วงที่มีความมันจัด หวาน กรอบ เมื่อผลตกขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ง จะเริ่มมีรสชาติมัน แต่มะม่วงมันอื่นๆส่วนมากจะรสชาติมันเฉพาะตอนแก่จัด ความที่ชื่อเสียงของมะม่วงมันหนองแซงสระบุรีโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศมายาวนาน จังหวัดสระบุรีจึงมีการจัดงานเทศกาลประจำปีงาน”เทศกาลมะม่วงมันหนองแซง”เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์การปลูกมะม่วงมันหนองแซง มาตั้งแต่ปี 2555 และยังมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องทั้งยังมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความมีชื่อเสียงผ่านสื่อ ต่างๆเพื่อให้มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี ยังคงความมีคุณภาพและชื่อเสียงต่อไป
#แซงโก@หนองแซง
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ /0944311315
บรรณาธิการข่าว รายงาน
วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566
บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: “ปลัดเก่ง”ปลัดกระทรวงมหาดไทยประธานเปิดแถลงข่าว โขน...

“ปลัดเก่ง”ปลัดกระทรวงมหาดไทยประธานเปิดแถลงข่าว โขนพระราชทาน ตอน "หนุมานชาญกำแหง"ที่ พระพุทธบาท สระบุรี
จังหวัดสระบุรีจัดแถลงข่าวการแสดงโขนพระราชทาน มหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ตอน "หนุมานชาญกำแหง" เชิญชวนชาวจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันหาชมยาก 8-9 เมษายน 2566 อย่าลืม อย่าพลาด อาจเป็นโอกาสดี ครั้งหนึ่งในชีวิต ณ ลานด้านหน้า วงเวียนธรรมจักร วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท
เมื่อวันที่ 21มี.ค.2566 เวลา 17.30 น.. ที่บริเวณลานพิกุลวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแสดงโขนพระราชทาน จังหวัดสระบุรี ประจำปี 2566 ตอน "หนุมานชาญกำแหง" แสดงโดยคณะนักแสดงจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยมี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี นางวันเพ็ญ นันทปัญญา นายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางวันทนา ดำธรรม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี นางอังคณา ชิตะติตติ รองผู้ว้าราชการจังหวัดสระบุรี นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พ.อ.เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รองผอ.กอ.รมน.สระบุรี .พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบกภ.จว.สระบุรี ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ปรึกษา กต.ตร.ภาค 1นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นางรัศนญพร มโนศรีบุญรัตธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมในงาน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาให้ คณะนักแสดงจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง มาจัดการแสดงโขนพระราชทาน ณ จังหวัดสระบุรี ชุดหนุมานชาญกำแหง ในระหว่างวันเสาร์ที่ 8- วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2566 ณ วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร สระบุรี โดยการจัดการแสดงโขนพระราชทาน จังหวัดสระบุรี ในครั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการทำนุบำรุงมรดกศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชนชาติไทย ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ในการสืบสานรักษาและต่อยอดพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสืบทอดไปสู่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปให้เกิดความรักความหวงแหน และอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป เป็นการดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในการสืบสาน รักษา ต่อยอด รวมถึงอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูง ของชาติ เผยแพร่ความงดงามของศิลปวัฒนธรรม ประจำชาติ สู่ประชาคมโลก และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดสระบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสระบุรี ได้มีโอกาสรับชมการแสดงโขนที่มีความวิจิตรงดงามตระการตาที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง โดยเป็นความร่วมมือจากหน่วยงานของจังหวัดสระบุรีร่วมกันสนับสนุน เปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด
พระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ที่จะช่วยทำให้ประเทศชาติของเรามีความมั่นคง ทำให้ประชาชนมีความสุข
ดังปรากฏในพระบรมราชโองการในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป
”ศิลปวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมการแสดงโขน ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงของไทยที่มีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติ มีอัตลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัว มีวัฒนธรรมทางภาษา มีเนื้อหาการขับร้องและเครื่องดนตรีชั้นสูง และที่งดงามยิ่ง คือ การแต่งกาย เครื่องพัสตราภรณ์ และการร่ายรำที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม และการแสดงโขน จะนำเสนอวรรณกรรม เรื่อง รามเกียรติ์ ที่มีคติสอนใจ เพราะ ผลลัพธ์ของรามเกียรติ์ทุกตอน จะสื่อให้เห็นว่า "ฝ่ายธรรมะย่อมชนะอธรรม" อยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะส่งผลไปถึงการทำให้ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืนได้" นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว
ด้านนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า
ในนามของชาวจังหวัดสระบุรีรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่พระราชทานโอกาสในการรับชมศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติให้กับประชาชนชาวสระบุรี ชาวจังหวัดภาคกลาง และพื้นที่ใกล้เคียง
เพื่อสืบสานรักษาต่อยอดพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านศิลปะวัฒนธรรมประจำชาติไทย
และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการทั้งส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น
ประชาชนและรวมไปถึงนักท่องเที่ยวในพื้นที่ของจังหวัดสระบุรี นั้น
มีความรู้และความเข้าใจในการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย และมีความรักหวงแหนความเป็นไทย
รวมถึงส่งเสริมให้มีการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจ
สร้างงานสร้างรายได้ในด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ในการเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม ก็มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาให้การสนับสนุนเริ่มตั้งแต่การจัดกิจกรรมพิธีบวงสรวง ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดสระบุรี ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี ก็มีหน่วยงานทางเทศบาลเมืองสระบุรีได้เข้ามาร่วมสนับสนุน การเตรียมสถานที่ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีและเทศบาลเมืองพระพุทธบาท เตรียมความพร้อมการจัดสถานที่ การจัดผังเวที ระบบสี เสียง ตามแบบที่ทางคณะโขนกำหนด ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมได้สมบูรณ์แบบ ส่วนก่อนการแสดง ก็จะมีการแสดงหน้าม่านให้ผู้ชมได้ชมระหว่างรอการแสดงโขน ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นอกจากการแสดงโขน ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีจังหวัดสระบุรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี และสุดท้ายก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์การแสดงโขนพระราชทาน มีสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ได้ร่วมมือกันในการทำการประชาสัมพันธ์ในทุกๆช่องทาง เช่น ทางด้านหอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน โซเชียลมีเดีย และรวมถึงให้ผู้นำชุมชนผู้นำท้องถิ่นได้ไปสื่อสารให้กับประชาชนในพื้นที่ของตนเองได้รับทราบกันอย่างทั่วถึง
นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการผลักดันและทำให้เกิดการฟื้นฟู การอนุรักษ์ การจัดงานโขนพระราชทานในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นความโชคดี เป็นบุญ และเป็นโอกาสของพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรี ที่จะได้มีโอกาสได้ชมโขนพระราชทานฯ โดย อบจ.สระบุรี จะดำเนินการอย่างเต็มที่ตลอดการจัดงานเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม ในการสืบสานอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้ยาวนานต่อไป
นางวันเพ็ญ นันทปัญญา นายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ได้มีการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีมาอย่างต่อเนื่อง และยินดีที่ได้โอกาสร่วมงานนี้และให้ความร่วมมืออย่างดีในการจัดการแสดงโขนครั้งนี้ ทั้งด้านสถานที่ ด้านอาหาร และด้านการอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาชมโขน
สุดท้ายนายสุทธิพงษ์ฯ
กล่าวขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง
ร่วมแต่งกายด้วยชุดย้อนยุค หรือผ้าไทย ชมการแสดงโขน พระราชทาน สระบุรี ตอน "หนุมานชาญกำแหง"
ในระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2566 นี้ โดยในวันที่ 7 เมษายน 2566
นี้จะเป็นการซักซ้อมเสมือนจริงทุกประการ นอกจากจะเป็นแสดงที่หาชมได้ยากแล้ว
ยังเป็นการแสดงที่ฝากข้อคิดมากมายผ่านตัวละครหนุมาน ที่เปรียบเสมือนเป็นผู้แทนของข้าราชบริพารที่มีความจงรักภักดีต่อพระราชา
มีความกตัญญู ซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ
ซึ่งเปิดให้ชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ บริเวณลานด้านหน้าวงเวียนธรรมจักร
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งแต่เวลา
19.00 เป็นต้นไปและร่วมสักการะรอยพระพุทธบาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
ของจังหวัดสระบุรี
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ /บรรณาธิการข่าว/รายงาน








