วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567


ประมงจังหวัดสระบุรีแถลงข่าวการจัดงานกิจกรรมส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำครบวงจรและการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำแปรรูป สินค้าชุมชน การให้ความรู้ด้านการประมง


วันนี้(5 ก.ค.67) ที่ตลาดหัวปลี ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี นายประพล  อิสโร ประมงจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวการเตรียมจัดงานกิจกรรมส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำครบวงจร ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 13 – 14 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ลานกิจกรรมตลาดหัวปลี ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำแปรรูป กว่า 10 ร้านค้า สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชน กว่า 30 ร้านค้า มีโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม สินค้าประมง การสาธิตเมนูอาหารจากปลาดุก และปลานิล โดยเชฟชุมชนมากฝีมือ ชมนิทรรศการองค์ความรู้ด้านการประมง ชิมอาหารจากปลา เช่น แกงกะทิปลาดุกใบยอ ปลาส้มทอด ปลาดสลิด น้ำพริก เมี่ยงปลาเผา หลนปูนา อ่องมันปู ปูย่างเกลือ เป็นต้น








กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ซึ่งภาคการประมงถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญ ในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่งผลให้ GDP ภาคการประมงมีมูลค่าสูงถึง 126,240 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมประมง ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีความกินดีอยู่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ต่าง เช่น จัดตั้งศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช และขับเคลื่อนดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้ายกระดับ มิสเตอร์ สินค้าเกษตรด้านประมง ได้แก่ มิสเตอร์ ปลานิล กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล และปลากะพงขาว พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าสัตว์น้ำตกต่ำอย่างต่อเนื่อง  ป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู รับมือภัยแล้ง / ภัยพิบัติธรรมชาติ ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าประมงผิดกฎหมาย ผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป้าหมายกลุ่มเกษตรกรจำนวน 23 กลุ่ม 7 สินค้ามูลค่าสูง







นอกจากนี้ยังสนับสนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น โดยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการประมงจำนวน 200 ชุมชนทั่วประเทศ และเดินหน้าโครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2567 มีเป้าหมายดำเนินการในแหล่งน้ำ 200 แห่งทั่วประเทศ ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พัฒนาสินค้าประมงที่ผลิตภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG สร้างระบบประกันภัย ให้กับพี่น้องเกษตรกรและชาวประมง สนับสนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ยังมีอีกหลายนโยบาย ที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกร   มีรายได้ มีอาชีพที่มั่นคง สินค้าเกษตรมีมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน และภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก







ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน


 

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: จังหวัดสระบุรีทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: จังหวัดสระบุรีทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่...: จังหวัดสระบุรีทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสปีมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบา...

จังหวัดสระบุรีทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสปีมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567


                 วันนี้(4  ก.ค.2567)  นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วน ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสระบุรีเพื่อประกอบพิธีจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสปีมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ แม่น้ำป่าสัก บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ. เสาไห้ จ.สระบุรี  







               โดยในเวลา 14.00 น. ผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน ณ บริเวณสถานที่ประกอบพิธี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานในพิธีเดินทางถึงบริเวณพิธี    ยืนประจำจุดหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายความเคารพ แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพ

             จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เดินไปยังโต๊ะบวงสรวง จุดธูปเทียนบูชา และปักธูปที่เครื่องบวงสรวงเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์  ยืนประจำจุดหน้าโต๊ะบวงสรวง พราหมณ์บัณฑิตอ่านโองการบวงสรวง เพื่อบูชาเทพยดา เทพารักษ์ผู้ดูแลรักษาสถานที่ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี อ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ   จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เชิญขันสาครและที่ตักน้ำไปยังแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เข้าประจำจุดที่กำหนด เจ้าหน้าที่เปิดฝาขันสาคร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หยิบที่ตักน้ำ





                ถึงเวลาฤกษ์ 14.49 น. เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องให้สัญญาณ 3 ครั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่ขันสาคร  ส่งที่ตักน้ำให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ปิดฝาขันสาคร ห่อด้วยผ้าขาว ผูกริบบิ้นสีขาว จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เชิญขันสาครและที่ตักน้ำไปยังรถ  จากนั้นขบวนรถเคลื่อนไปยังวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร  ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสระบุรี เพื่อรอทำพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์    ในวันอาทิตย์ที่ 7 เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช 2567 ณ พระมณฑปรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตําบลขุนโขลน อําเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เวลา 16.00 น.ฤกษ์เวลา 17.09 น.  ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย และเทียนพุทธาภิเษกและพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์วันจันทร์ที่ 8 เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช 2567 ณ พระมณฑปรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ตําบลขุนโขลน อําเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีเวลา 09.30 น. ฤกษ์เวลา 12.00 น.  ตั้งบายศรีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นขบวนเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์  จะเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไปเก็บรักษา ณ ศาลากลางจังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสระบุรีไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงมหาดไทย











                จังหวัดสระบุรีได้มีการจัดเตรียมพื้นที่ในการตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ โยนกอุทยานท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสระบุรี หมู่ 6 บ้านท่าราบ ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี  เรื่องราวของท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมาแต่อดีตตั้งแต่เมื่อครั้งต้นราชวงศ์จักรีความว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จหัวเมืองปริมณฑลจังหวัดสระบุรี พระองค์ทรงเรือพระที่นั่งมาติดสันดอนกลางหาดแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าหินลาดตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ครั้นเมื่อการเป็นเช่นนั้นจึงได้เกณฑ์ไพร่พล บริเวณริมข้างลำน้ำเพื่อที่จะชักลากเรือให้พ้นเขตสันดอน เรือได้ชักลากโดยกรมวังเกณฑ์หญิงสาวชาวพายัพ หรือในปัจจุบันคือกลุ่มชาวไทยญวนได้ชักลากเรือจำนวน 217 นางเพื่อให้พ้นสันดอนจนมาถึงบ้านท่าราบหมู่ 6 ตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ ระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ พระองค์ทรงให้หยุดพักและทรงเสด็จพระราชดำเนินยังหาดทรายสีขาวแล้วเสด็จพระราชดำเนินเลียบหาดทรายและสรงน้ำจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยจึงได้พระราชทานเงินรางวัลแด่ผู้ที่ชักลากเรือในคราวนั้นเป็นเหตุให้ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์สระบุรีได้เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเบญจสุทธิคงคาเพื่อที่จะนำน้ำเข้าพิธีบรมราชาภิเษกในลำดับรัชกาลถัดไป








            แม่น้ำปาสักเป็นหนึ่งในห้าของเบญจสุทธคงคาซึ่งอนุโลมตามปัญจมหานทีในชมพูทวีปของพราหมณ์ ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก แม่น้ำป่าสักตักที่บริเวณบ้านท่าราบ ตำบลตันตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี  แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่บริเวณปากคลอง บางแก้ว ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง แม่น้ำราชบุรี ตักที่บริเวณสามแยกคลองหน้าวัดดาวดึงษ์ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม (แม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

               น้ำจากแม่น้ำปาสัก ตักที่บริเวณบ้านท่ราบ และเคยใช้เป็นน้ำสรงพระมุรธาภิเษกและน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 11 ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช 2328

ครั้งที่ 2  พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พุทธศักราช 2352

ครั้งที่ 3 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2367

ครั้งที่ 4  พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2394

ครั้งที่ 5 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งแรก พุทธศักราช 2411

ครั้งที่ 6 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งหลัง พุทธศักราช  2416

ครั้งที่ 7 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2453

ครั้งที่ 8 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2454

ครั้งที่ 9 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2468

ครั้งที่ 10 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2493

ครั้งที่ 11 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2562

ร.ต.สุประวีณ์  บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน


บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัดกองทหาร...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัดกองทหาร...

เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัดกองทหารเชิดชูเกียรติ

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัด กองทหา...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัด กองทหา...: เหล่านักรบทหารผ่านศึกเมืองเพรียวสระบุรี จัด กองทหารเชิดชูเกียรติ เป่าแตรนอนเพื่อนนักรบให้พักผ่อนสู่สัมปรายภพ ในงานพระราชทานเพลิงศพ   พันโทเก...