วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566
บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: จังหวัดสระบุรีเตรียมจัดงานวันคนพิการสากลส่งเสริมคว...

จังหวัดสระบุรีเตรียมจัดงานวันคนพิการสากลส่งเสริมความเข้าใจของสังคมต่อคนพิการ
วันนี้(27 ธ.ค.) ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี ได้มีการแถลงข่าวสื่อมวลชนเพื่อเตรียมจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2566 โดยมีนางกันตา ดีเติม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี นางสาวสุมาลี ทวงศ์เพ็ชร นายกสมาคมคนพิการจังหวัดสระบุรี นางทิตยาพร เพชรประดับ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ร่วมกันแถลงข่าว มีนายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี เข้าร่วมเป็นเกียรติ
นางกันตา ดีเติม
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคม ของทุกปี
เป็นวันคนพิการสากล โดยให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัด กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการและให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรม และเสมอภาคกับประชาชนทั่วไป
ซึ่งประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สำหรับ ปี 2566 องค์กรสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “รวมพลังเป็นหนึ่ง
เดียวเพื่อพลิกฟื้นและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับคนพิการ เพื่อคนพิการ
โดยคนพิการ”
การจัดงานในครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมความเข้าใจของสังคมต่อคนพิการและให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมทางสังคมอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ของคนพิการ ครอบครัวคนพิการ และสังคมที่มีต่อคนพิการและความพิการซึ่งจะส่งผลให้คนพิการได้รับโอกาสทางสังคมเท่าเทียมกับคนทั่วไป คนพิการได้รับทราบนโยบายและมาตรการ แนวทางของรัฐในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ และส่งเสริมความเป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม ในทุกภาคส่วนของสังคม ให้โอกาสคนพิการได้ แสดงศักยภาพ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในสังคม อย่างเสมอภาคกับคนทั่วไป โดยมุ่งสานต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการบนฐานของกรอบทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านคน
งานกำหนดจัดในวันอังคารที่
9 มกราคม 2566 ณ โดมสำนักช่าง อบจ.สระบุรี โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้ การอ่านสารวันคนพิการสากล ประจำปี 2566
การมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่คนพิการและหน่วยงาน/องค์กรที่มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
การปาฐกถา และการแสดงศักยภาพของคนพิการ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการ
การจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านคนพิการ
และการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์
ที่เป็นผลงานและฝีมือของกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. กว่า 20 บูธ
โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คน พิการ ครอบครัวคนพิการ อาสาสมัคร หน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน องค์กรเครือข่าย ผู้ปฏิบัติงานด้านคนพิการ และบุคคลทั่วไป จำนวน 1,000
คน ซึ่งการจัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดสระบุรี
ในครั้งนี้เป็นการบูรณาการจัดงานระหว่างสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี
องค์กาบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี องค์กรคนพิการทุกประเภท
และหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคธุรกิจเอกชน
รวมทั้งประชำชนทั่วไป ในการสนับสนุนของรางวัล
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน
CR:ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566
บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: “สปสช.เขต 4- สสจ.สระบุรี” ห่วงใยประชาชนเดินทางปีให...

“สปสช.เขต 4- สสจ.สระบุรี” ห่วงใยประชาชนเดินทางปีใหม่ ย้ำเจ็บป่วยฉุกเฉิน “ บัตรทอง”รักษาได้ทุกที่ไม่ต้องสำรองจ่าย
ตามนโยบาย “หมอชลน่าน” รมว.สธ. ห่วงใยประชาชนสิทธิบัตรทองเดินทางช่วงปีใหม่ หากเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้ารักษาได้ทุก รพ.ที่อยู่ใกล้ตามนโยบาย UCEP ส่วนกรณีเจ็บป่วยไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่จำเป็นต้องรับการรักษา ให้ใช้สิทธิรักษา มาตรา 7 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือเข้ารักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกที่ เจ็บป่วยเล็กน้อยปรึกษาเภสัชกรและรับยาที่ร้านยาได้ ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 สิทธิบัตรทอง รับบริการรักษาผ่าน 4 ช่องทาง ไม่เสียค่าใช้จ่าย จังหวัดสระบุรีเป็นประตูสู่อีสาน และภาคเหนือ ช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางมาก ดังนั้น นายแพทย์ สสจ.สระบุรีและ รพ.สระบุรี จึงเตรียมความพร้อมวางระบบรองรับอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉินบนท้องถนนและผู้สัญจร ให้เข้าถึงบริการที่รวดเร็ว ลดอัตราความรุนแรงและการเสียชีวิต
นพ.สาธิต ทิมขำ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 4 สระบุรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ที่มีวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566 ถึง 1 มกราคม 2567 ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางต่างจังหวัดเพื่อกลับบ้านหรือเยี่ยมเยียนครอบครัว นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะบอร์ด สปสช. ได้สั่งการให้ สปสช.ดูแลพร้อมแจ้งผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สิทธิบัตรทอง 30 บาท หากเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล สามารถการเข้ารับบริการได้ 2 กรณี ดังนี้
1.กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤติถึงแก่ชีวิต หากไม่รักษาทันทีมีโอกาสเสียชีวิตสูง สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งที่อยู่ใกล้สุดโดยเร็ว เป็นไปตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ์ทุกที่ (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) ของรัฐบาล โดยยื่นเพียงบัตรประชาชนใบเดียวและแจ้งใช้สิทธิ UCEP ซึ่งจะเข้ารับการรักษาได้ในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สำหรับสิทธิ UCEP ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาจนพ้นวิกฤตและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย โดยเมื่อพ้น 72 ชั่วโมง จะส่งรักษาต่อที่หน่วยบริการประจำ โดยให้สถานพยาบาลที่ให้การรักษาเบิกค่าใช้จ่ายค่ารักษาจาก สปสช. ตามอัตราที่กำหนด กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร. สายด่วน 1669 ได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ 6 อาการที่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต ประกอบด้วย 1.หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2.หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง 3.เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง 4.ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม 5.แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุดและ6.มีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมอง ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากป่วยฉุกเฉินแต่ ‘ไม่วิกฤตถึงแก่ชีวิต’ สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด โดยยื่นเพียงบัตรประชาชนใบเดียวและแจ้งใช้สิทธิบัตรทองหรือสิทธิ 30 บาท
2.กรณีเจ็บป่วยที่ไม่ใช่ฉุกเฉินระดับวิกฤติ
หรือผู้มีสิทธิบัตรทองที่เดินทางไปต่างถิ่นแล้วมีความจำเป็นต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
เช่น มีความดันโลหิตขึ้นสูง ปวดศีรษะมาก เกิดภาวะท้องเสียรุนแรง ไข้หวัด ปวดท้อง
เคืองตา ทำแผลต่อเนื่อง ตัดไหม หรือยาหมด
(ต้องกินยาต่อเนื่องแต่ยาหมดระหว่างเดินทางไปต่างพื้นที่ มาขอรับยาได้) ฯลฯ
สามารถเข้ารักษาได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.สต., สถานีอนามัย, ศูนย์สุขภาพชุมชน,
โรงพยาบาลประจำอำเภอ, หน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาลประจำจังหวัด
รวมถึงศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และคลินิกชุมชนอบอุ่น
โดยยื่นบัตรประชาชนและแจ้งใช้สิทธิบัตรทอง
3.กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย สปสช.ได้ร่วมกับสภาวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข เพิ่มบริการให้ประชาชนมีความสะดวกมากขึ้นดังนี้
เจ็บป่วยเล็กน้อย 16 อาการ
ยื่นบัตรประชาชนใบเดียว
ปรึกษาเภสัชกรและรับยาได้ที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสังเกตสติกเกอร์ “ร้านยาคุณภาพของฉัน
ให้บริการเจ็บป่วยเล็กน้อย” หรือดูรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/204
เจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ
ยื่นบัตรประชาชนใบเดียว
เข้ารักษาโรคเบื้องต้นตามขอบเขตวิชาชีพได้ที่คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นกว่า 600
แห่งที่เข้าร่วมได้ทั่วประเทศ สังเกตสติกเกอร์ คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น
เจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 5 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม) มีที่อยู่ให้จัดส่งยาได้ พบหมอออนไลน์ รอรับยาที่บ้านผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพ 4 ช่องทาง ดูรายละเอียดที่ https://www.nhso.go.th/news/4078
นพ.สาธิต กล่าวต่อว่า
ส่วนประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท
ในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19
สามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยผู้ป่วยกลุ่มไม่มีอาการหรือเจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถรับบริการรับยาที่ร้านยา, บริการโควิด-19 ด้วยระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
และบริการปฐมภูมิทุกที่ได้
ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขอให้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามสิทธิ โดย สปสช.
ยังคงสิทธิประโยชน์บริการเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิดอย่างต่อเนื่อง ดูรายละเอียดที่ https://www.nhso.go.th/news/3674
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน














