วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

แม่ทัพภาคที่1ทอดกฐินสามัคคี วัดมงคลชัยพัฒนา ประจำปีพุทธศักราช 2565



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 น.พระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา เป็นประธานคณะสงฆ์ ในพิธี โดยมี พลโทพนา แคล้วปลอดทุกข์ แม่ทัพภาคที่1 เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี  ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี พร้อมกับคณะ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้  มี นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พันเอกเพิ่มศักดิ์  ขุนโขลน รองผอ.กอ.รมน.สบ.หัวหน้าส่วนราชการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และคณะพ่อค้า ประชาชน ชมรมฯ เจ้าภาพร่วม ทอดกฐินสามัคคี โดยมี ศิษย์ยานุศิษย์"ร่วมบุญกฐินพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดโรงทาน" จำนวนมาก มี ทีมแพทย์ จาก โรงพยาบาลอดิศร มทบ.18 ได้จัดชุดแพทย์ เคลื่อนที่ ให้บริการประชาชน ในครั้งนี้อีกด้วย สำหรับเงินรวมทอดกฐินสามัคคี รวมยอดกฐินทั้งสิ้น 2,136,957 บาท







































จากนั้น พลโทพนา แคล้วปลอดทุกข์ แม่ทัพภาคที่1 และคณะ มีพิธีมอบอุปกรณ์การศึกษาและอุปกรณ์กีฬให้แก่ โรงเรียนวัดมงคลชัยและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธรพร้อม มอบรถวีลแชร์สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ต้องการอุปกรณ์ ช่วยในการเคลื่อนไหว อีกด้วย












ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ /บรรณาธิการข่าว /รายงาน




วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด...: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีเชิญผ้าพระกฐินไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีเชิญผ้าพระกฐินไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร




           เมื่อ( 2 พฤศจิกายน 2565) เวลา 14.00 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานคณะองคมนตรีไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ได้รับอานิสงส์ตามพระบรมพุทธานุญาต โดยมีพระศรีปริยัติเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  มีคณะองคมนตรี    นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี  พุทธศาสนิกชน ร่วมทอดกฐินพระราชทานในครั้งนี้






           โดยรถยนต์ประเทียบถึงวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี รอรับประธานองคมนตรี  เข้าพระอุโบสถ ประธานองคมนตรี   รับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต วางผ้าไตรไว้เหนือพานแว่นฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาพระประธานพระอุโบสถ หยิบผ้าสำหรับห่มพระประธานที่วางอยู่บนผ้าไตร มอบให้เจ้าพนักงานภูษามาลา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา กล่าวรายงานจำนวนพระสงฆ์ จบแล้ว หยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างแขน แล้วประนมมือหันหน้าสู่พระประธาน หันหน้าสู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน วางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิมประเคนผ้าไตรและเทียนปาฎิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรม พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมานั่งอาสน์สงฆ์ ประเคนเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหารมอบของที่ระลึกแด่ประธานองคมนตรี







         จากนั้นออกจากพระอุโบสถ ไปยังพระมณฑปรอยพระพุทธบาท ขึ้นพระมณฑปรอยพระพุทธบาท ไปยังพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ออกจากพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ไปยังพระมณฑปรอยพระพุทธบาท วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งสักการะรอยพระพุทธบาท







               วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ " รอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรีรอยพระพุทธบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลาย สมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท








ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์เปลี่ยนเครื่องยอดใหม่ และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระจุลมงกุฎสวมยอดพระมณฑป และสมโภชพระพุทธบาท เมื่อปี 2495 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระจุลมงกุฎและสมโภชพระพุทธบาทอีกครั้ง เมื่อปี 2542


                 ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบ สีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนัง ด้านนอกปิดทอง ประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรม ประดับมุกชั้นเยี่ยม ของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสายซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่างๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์






                 นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท ( วิหารหลวง ) ซึ่งเป็นเก็บรวบรวม ศิลปวัตถุ อันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธ โบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อประปาสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติ จัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ และงานประเพณีตักบาตรดอกไม้ซึ่งเป็นประจำทุกปี ในวันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8




ร.ต.สุประวีณ์  บุญธิคำ /บรรณาธิการข่าว /รายงาน