เครือข่ายทหารผ่านศึกเมืองสระบุรีจัดกองเชิดชูเกียรติ สดุดีวีรกรรมให้กับ ร้อยตรี.จำรัส วินิจ อดีตทหารผ่านศึก กองพลเสือดำ จากสงครามเวียดนาม และอดีตนักรบอีกหลายสมรภูมิ
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น.ณ.วัดปากข้าวสารเหนือ ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี พันโทถวิล ภู่พงษา หัวหน้าเครือข่ายทหารผ่านศึกเมืองสระบุรีพร้อมคณะหัวหน้าเครือข่ายตำบลต่างๆและสมาชิกเครือข่ายทหารผ่านศึกเมืองสระบุรีร่วม จัดกองเชิดชูเกียรติ และกล่าวสดุดีวีรกรรมให้กับ อดีตนักรบหลายสมรภูมิ นักรบ ผู้เสียสละทั้งใจกายเลือดเนื้อ และชีวิตอุทิศให้กับแผ่นดินเสมอมา นามว่า ร้อยตรีจำรัส วินิจ อายุ 90 ปี ผู้วายชนย์ ซึ่งเป็น อดีตข้าราชการ กองพันทหารที่11รักษาพระองค์ โดยมี พลโท ทัตเทพ รอดจิตต์ อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธี มี พันโทสนั่น สัตบุษ กล่าวสดุดีวีรกรรม ร้อยตรีสามล โจกตะคุ เป็นผู้ควบคุมแถวกองเชิดชูเกียรติ
ร้อยตรี จำรัส วินิจ เกิดเมื่อ 15 มกราคม 2478 ที่จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 3 .ในจำนวน 8 คนของ นายบุญรอดและ นางสมบุญ วินิจ หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการช่างจังหวัดสิงห์บุรีได้สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบเหล่าทหารม้า รุ่นที่2/2498 ที่โรงเรียนทหารม้า จ.สระบุรี และเข้ารับราชการ ที่กรมทหารม้าที่ 1 กองพันทหารม้าที่11รักษพระองค์ โดยมีโอกาสเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม สังกัดกองพลเสือดำ พร้อมทั้ง การปฏิบัติราชการสนามชายแดน กองทัพภาคที่ 3 พื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน และปฏิบัติราชการสนามชายแดน กองทัพภาคที่ 1 ไทยกัมพูชา แนวรบ โนนหมากมุ่น จ.ปราจีนบุรี และรับราชการที่กองพันทหารม้าที่11รักษาพระองค์ รับราชการจนเกษียณอายุราชการ ท่านทำงานทุกวินาที ในวันสุดท้าย จนถึงวันที่ 30 กันยายน ยังคงขับรถ ส่งเสบียง อยู่ในพื้นที่ป่า เวลา เที่ยงคืน เช้ามา กำลังพล รุ่นน้องและเพื่อนร่วมงาน ถึงรู้ว่าท่านเกษียณแล้วตั้งแต่เมื่อวานแต่ต้องปฏิบัติภารกิจให้แล้วเสร็จก่อนเที่ยงคืน
และชีวิตครอบครัวได้ยังครองคู่อยู่กับคู่ชีวิต นางดาหวัน วินิจ (สกุลเดิมเพ็ญทองดี) มีบุตรด้วยกัน 5 คน จนกระทั้งเมื่อ14 พฤศจิกายน 2568 ,มีอาการเหนื่อยหอบบุตรหลานจึงนำส่งเข้ารักษา ที่โรงพยาบาลค่ายอดิศร และได้เสียชีวิตด้วยอาการสงบเมื่อวันที่16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 00.59 น. สิริอายุได้ 90 ปี 10 เดือน 1วัน สร้างความอาลัย แก่บุตรธิดา และญาติมิตรเป็นอย่างมาก
ร้อยตรี สุประวีณ์ บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว รายงาน















































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น