วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568
บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีถวายพวง...
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีถวายพวงมาลาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องใน "วันปิยมหาราช"
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีถวายพวงมาลาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องใน "วันปิยมหาราช" เพื่อน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นางจิตตินันท์ เชาวรินทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ, รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี,ปลัดจังหวัดสระบุรี, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี เครือข่ายทหารผ่านศึกจังหวัดสระบุรี รัฐวิสาหกิจ องค์กร สมาคม ภาคเอกชน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2396 เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2411 ขณะมีพระชนมายุ 15 พรรษา เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 และเป็นยุวกษัตริย์พระองค์แรกของพระบรมราชจักรีวงศ์ ดำรงสิริราชสมบัติเป็นเวลา 42 ปีเศษ และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่23 ตุลาคม 2453 สิริพระชนมายุ 57 พรรษา พระองค์ทรงปฏิรูปการปกครอง โดยจัดตั้งเป็นกระทรวง 12 กระทรวง ในส่วนภูมิภาค ได้จัดตั้งเป็นจังหวัด อำเภอ และตำบล ทรงจัดรูปแบบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นรากฐานและแนวทางการพัฒนาประเทศสืบต่อมา
และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2448 พระองค์ทรงได้ประกาศให้เลิกระบบทาสทุกประเภท โดยไม่เสียเลือดเสียเนื้อ ทรงดำเนินวิเทโศบายอย่างชาญฉลาด สามารถรักษาเอกราชอธิปไตยของไทยไว้ได้ ทรงตั้ง “โรงพยาบาลวังหลัง” หรือ “โรงพยาบาลศิริราช” ทรงตั้งสภาอุณาโลมแดง หรือสภากาชาดไทย ทรงสร้างสถานพยาบาลขึ้นที่ตำบลสระปทุม ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พระราชกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติ ตลอดรัชสมัยของพระองค์นั้น มีอยู่เป็นอเนกอนันต์ ซึ่งพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง ต่างประจักษ์และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่มีวันเสื่อมคลาย และต่างพร้อมกันเทิดพระเกียรติ ถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” หมายถึง “พระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักของประชาชน”
ร.ต.สุประวีณ์ บุญธิคำ
บรรณาธิการข่าว รายงาย














































