วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562



สระบุรี - ม.4พัน 11 รอ. ร่วมไว้อาลัยน.ส.ปรียานันท์  กำจาย ภรรยา ของ จ.ส.อ.บัญชา กำจาย  กำลังพลสังกัด






เมื่อ 29  ต.ค.62 พ.ท.อิทธิพล  นามภูงา ผบ.ม. 4 พัน11 รอ.นำ คณะนายทหาร นายสิบ คณะแม่บ้านม. 4 พัน11 รอ .  ร่วมไว้อาลัย และเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ  น.ส.ปรียานันท์  กำจาย ภรรยาของ จ.ส.อ.บัญชา กำจาย  สังกัด ร้อยสสก.ม.4 พัน11รอ.ที่เสียชีวิต ด้วยโรคแทรกซ้อนจากการผ่านิ่ว โดยเจ้าภาพได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล  ณ บ้านเลขที่ 30/1หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี









และเมื่อ 30 ต.ค.62 ร.ท.สุข  เที่ยงธรรม ผบ.ร้อย.สสก.ม.4 พัน.11รอ.และคณะกำลังพล นายทหารนายสิบ และพลทหารร่วมไว้อาลัย และเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ  น.ส.ปรียานันท์  กำจาย ภรรยาของ จ.ส.อ.บัญชา กำจาย  สังกัด ร้อย สสก.ม.4 พัน11รอ. ณ บ้านเลขที่ 30/1หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี
โดยเจ้าภาพมีกำหนดการดังนี้วันที่  29  ต.ค.62 เวลา  15.00 น.พิธีรดน้ำศพ  ใน วันที่  29 ต.ค.62  ถึง 1 พ.ย.62
              สวดพระอภิธรรม เวลา  20.00  น.  ทุกวัน  ณ บ้านเลขที่ 30/1หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี และ
ใน วันที่ 2 พ.ย. 62  ประชุมเพลิง  เวลา 15.00น. ณ วัด อรัญวาสี (เขาจำปา) หมู่ 5 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี
ในนามกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ บีทีเคนิวส์ ของแสดงความไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัว “กำจาย” และคณะเจ้าภาพ มา ณ.ที่นี้ด้วยครับ
ด้วยความอาลัยยิ่ง
จ.ส.อ. สุประวีณ์ บุญธิคำ
(ผู้อำนวยการ/บรรณาธิการ นสพ. บีทีเคนิวส์ (บีทีเคนิวส์ออนไลน์และยูทูป ช่อง BTK Chanel)



บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: กองบรรณาธิการ นสพ.บีทีเคนิวส์ ขอแสดงความยินดี...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:




กองบรรณาธิการ นสพ.บีทีเคนิวส์ ขอแสดงความยินดี...
: กองบรรณาธิการ นสพ.บีทีเคนิวส์ ขอแสดงความยินดี กับนายอิทธิเดช คุลี ผอ.ร.ร.เสาไห้วิมลวิทยานุกูล เข้ารับรางวัล"ระฆังทอง&qu...





กองบรรณาธิการ นสพ.บีทีเคนิวส์ ขอแสดงความยินดี กับนายอิทธิเดช คุลี ผอ.ร.ร.เสาไห้วิมลวิทยานุกูล เข้ารับรางวัล"ระฆังทอง"ในฐานะผู้บริหาร ร.ร.ที่มีผลงานดีเด่น ระดับประเทศ งานเกียรติยศรางวัลเพื่อคนไทยและสังคมไทย ซึ่งเป็นรางวัลความดีที่มอบให้กำลังใจของคนทำงาน "บุคคลแห่งปี" (ระฆังทอง) ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: สระบุรี-จัดกิจกรรม" 30 ปี ซีพี-เมจิยิ่งเติบโตยิ...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:


สระบุรี-จัดกิจกรรม" 30 ปี ซีพี-เมจิยิ่งเติบโตยิ...
: สระบุรี-จัดกิจกรรม" 30 ปี ซีพี-เมจิ ยิ่งเติบโตยิ่งแข็งแรง" ถวายเป็นพระราชกุศล        เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 นา...



สระบุรี-จัดกิจกรรม" 30 ปี ซีพี-เมจิ ยิ่งเติบโตยิ่งแข็งแรง" ถวายเป็นพระราชกุศล


       เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 นาย แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเป็นประธานเปิดงาน 30 ปีซีพี-เมจิ  ยิ่งเติบโตยิ่งแข็งแรงถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด  ณ บริเวณ วัดหนองครก ตำบล หนองนาก อำเภอ หนองแค จังหวัดสระบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ  ประชาชน ผู้บริหารและพนักงาน บริษัทซีพี่-เมจิ  ให้การต้อนรับ  ภายในงานมีกิจกรรมการออกร้านของบริษัท การแจกนม ให้กับประชาชนชาวบ้านและนักเรียน ให้ดื่มฟรี  พร้อมกิจกรรมตอบปัญหา และการแสดงบนเวที การปล่อยปลา ปลูกต้นไม้



ด้าน นาย วิวัฒน์ ภูมิพิทักษ์กุล  รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี-เมจิจำกัดในเครือจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เผยว่า บริษัท ซีพี-เมจิจำกัดในเครือจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาชาติ สังคมและ ประชาชน ให้มีความเติบโตอย่างยั่งยืน ตาม"ปณิธาน" ว่าด้วยหลักสามประโยชน์ สู่ความยั่งยืนของครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงานจนถึงปัจจุบันตลอดเวลา  30 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล และได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดมา จึงได้ทำโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จนเป็นที่ยอมรับ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญพร้อมถ่ายทอดและต่อยอดแนวความคิดการ พัฒนาและดูแลสังคม อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ที่ผ่านมาบริษัทฯมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ไม่สามารถทำโดยลำพังได้ จึงมุ่งสร้างพันธมิตรและเครื่อข่ายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ โดยสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายและสร้างประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางควบคู่ไปกับการปลูกฝั่งพนักงานให้มีจิตอสา  มีจิตสำนึกสาธารณะ มีความรับผิดชอบ ต่อสังคมต่อไป




            ส่วนในปีนี้ทางบริษัท  จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทในฐานะที่ ซีพี-เมจิ เป็นผู้นำตลาดนมสดพาสเจอร์ไรส์และโยเกิร์ต รวมถึงการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ด้วยสินค้าที่อร่อย มีคุณภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย
ซีพี-เมจิ จึงได้วิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มเติบโต เป็นการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมด้วยกลยุทธ์.ขยายโปรดัคต์ไลน์ ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ของทั้งนมและโยเกิร์ต  และ ขยายในทุกsub segment เพื่อสร้างความต้องการใหม่ เพราะพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมีความซับซ้อน หลากหลาย การทำsub segment จากตลาดเดิม เป็นการสร้าง Demand ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ต
พร้อมมีศูนย์เรียนรู้การผลิตนม-โยเกิร์ต แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตนมและโยเกิร์ตให้กับผู้ที่สนใจผ่าน Milk Museum ที่นี่จะทำให้ทุกคนได้เห็นทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยหันมาบริโภคนมกันมากขึ้น เพื่อให้เด็กไทยมีสุขภาพแข็งแรง สำหรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมสามารถสอบถามได้ที่ โรงงานสระบุรีโทร : 064-1830326 หรือ 064-1830327 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 - 16.30 น.
  
 สมพงษ์  ปานรุ่ง สระบุรี/ ภาพข่าว
จ.ส.อ.สุประวีณ์ บุญธิคำ /0944311315/ บรรณาธิการข่าว/รายงาน


บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: ตำรวจสืบภาค 1  ร่วมตำรวจชุด สืบสระบุรี รวบ ได้ อี...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:
ตำรวจสืบภาค 1  ร่วมตำรวจชุด สืบสระบุรี รวบ ได้ อี...
: ตำรวจสืบภาค 1   ร่วมตำรวจชุด สืบสระบุรี รวบ ได้ อีก 1 มือร่วมฆ่าเมียเจ้าของอู่รถ หนองแค หลังแยกหนีกบดาน อ.มโนรมย์ ชัยนาท            ...

ตำรวจสืบภาค 1  ร่วมตำรวจชุด สืบสระบุรี รวบ ได้ อีก 1 มือร่วมฆ่าเมียเจ้าของอู่รถ หนองแค หลังแยกหนีกบดาน อ.มโนรมย์ ชัยนาท
            จากกรณีที่ผ่านมา    วันที่ 18 ตุลาคม  2562 เวลา 01.00 น. มีคนร้าย 4 คน ขับรถเก๋ง เก๋งสีดำ BMW ทะเบียน สจ-2879  กรุงเทพมหานคร  ติดฟิมล์มืด  มาจอดที่หน้าอู่ซ่อมรถบ้านเลขที่ 59 หมู่ที่2 ตำบล .ห้วยขมิ้น อำเภอ .หนองแคจังหวัด .สระบุรี จากนั้น คนร้ายได้บุกเข้าไปใช้ปืนยิง นาง กนกพันธ์ อินทร์ถา อายุ  43 ปี เจ้าของบ้าน นอนตายอยุ่หลังบ้านข้างรั้วปูน สภาพศพนอนคว่ำหน้ากับพื้นปูน ผุ้ตาย สวมเสื้อยืดสีส้ม แขนสั้น  สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า  โดยผุ้ตัวถูกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่  บริเวณไหล่ซ้าย 1 นัด  ที่ปาก 1 นัด  ข้อมือ ขวา 1 นัด นอนจมกองเลือดหลังบ้าน  พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่  3 ปลอก   นอนเสียชีวิตในอู่รถ หลังบ้าน  จนกระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขออนุมัตออกหมายจับจากศาลจังหวัด สระบุรี  ติดตามผู้กระทำความผิด ในชุดแรก  จำนวน 2 คน  คือ  นส. ณิชาภัทร  หรือ อิม  กมลสัจจะ อายุ  34 ปี ( อยุ่ระหว่างหลบหนี )  คนที่ สอง  นาง  ฉวี กมลสัจจะ  อายุ   63 ปี  (ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ คอนโดปทุมธานี)  ส่วนผุ้ต้องหา อีก 2 คน เป็นชาย เจ้าหน้าที่ติดตามเพื่อรอขอหมายจับ
------------  ล่าสุด   วันที่ 25 ต.ค   ทาง ด้าน พ.ต.อ. ไกลเขตต์  บุรีรักษ์  ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1  พ.ต.อ.  จิรัฎฐ์ ดอกไม้ ผกก.สส. ภจว. สระบุรี  ร.ต.ท. เอกชัย บุญเพ็ง รอง.สว.สส .ภจว. สระบุรี  พร้อมกำลังชุดติดตาม  หลังจากได้สืบทราบจากสายข่าวว่า คนร้ายเป็นชาย  1 ใน 3 คน ที่ก่อเหตุ ได้หลบหนีมาที่บ้านญาติ  จ. ชัยนาท  ทราบชื่อคนร้าย   นาย  วิรัตน์ หอมไทย อายุ 42 ปีตามหมายจับของศาลจังหวัดสระบุรี ได้  หลบหนีมากบดานที่ บ้านญาติ  หมุ่ที่ 4  ต. มโนรมย์  อ.มโนรมย์  จ.ชัยนาท  เจ้าหน้าที่ชุดติดตามจึงได้มาชุ่มรอ ขณะช่วงเวลา บ่าย2 โมง วันที่  25 ต.ค เจ้าหน้าที่ พบตัว  นาย  วิรัตน์ หอมไทย เดินมาที่บริเวณหลังวัด อู่ตะเภา เจ้าหน้าที่ชุดติดตามจึงได้เข้า แสดง หมายศาลในการจับกุมตัวไว้ได้ ทันทีในป่าละเมาะข้างวัด จึงนำตัวมาดำส่งเนินคดีเจ้าของพื้นที่ ดังกล่าว
  -----  จากการสอบสวน ด้าน นาย  วิรัตน์   ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า  ในช่วงวันเกิดเหตุนั้น ตนเองมารับสารภาพว่า มาด้วยกันจริง โดย นาย เปาซึ่ง เป็น ลูกชาย นส. ณิชาภัทร  หรือ อิม  กมลสัจจะ อายุ  34 ปี เป็นคนชวนมาบอกว่ามาเที่ยวสระบุรี เพื่อตามทวงเงินยืมที่มีคนมายืมไปไม่คืน  ตนจึงมาด้วย ไม่รุ้ว่าจะมาก่อเหตุ ในช่วงระหว่างเกิดเหตุ ตนยังเห็น นาย เปา เป็นคนลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้านของผุ้ตาย โดยตนเองเห็นนายเปาเอายิงปืนอยุ่หน้าบ้านหลายนัดเท่านั้นเอง  จนหลังจากก่อเหตุเสร็จตนก็หนีกลับมาอยุ่ที่บ้าน อ.มโนรมย์ จ ชัยนาท  จนมาถูกตำรวจจับกุมตัวในที่สุด  ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวดำเนินคดีต่อไป  ขณะผู้ต้องหาที่เหลือเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดี
สมพงษ์ ปานรุ่ง  จ. สระบุรี /ภาพข่าว
จ.ส.อ.สุประวีณ์   บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว/รายงาน



บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: สาธารณสุขสระบุรีแจ้งเตือน  การป้องกันไข้หวัดใหญ่...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:

สาธารณสุขสระบุรีแจ้งเตือน  การป้องกันไข้หวัดใหญ่...
: สาธารณสุขสระบุรีแจ้งเตือน   การป้องกันไข้หวัดใหญ่ ช่วงเข้าฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลง นายแพทย์รุ่งฤทัย   มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณส...


สาธารณสุขสระบุรีแจ้งเตือน  การป้องกันไข้หวัดใหญ่ ช่วงเข้าฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลง
นายแพทย์รุ่งฤทัย  มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี  กล่าวว่า  เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ฤดูหนาวหากร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้เกิดโรคต่างๆ  ได้แก่ ไข้หวัด  ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม สาเหตุส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อไวรัส ซึ่งชอบอากาศเย็นๆ เกิดได้ทุกเพศทุกวัย ระบาดได้ตลอดปีมักเกิดในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ฤดูฝนต่อกับฤดูหนาว ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง หายใจเอาเชื้อโรคเข้าไป สัมผัสกับน้ำมูกและน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย   อาการโรคไข้หวัด  ปากแห้ง คอแห้ง แสบคอ คันคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม อ่อนเพลีย  ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีไข้หรือไม่มีก็ได้ ส่วนไข้หวัดใหญ่ จะมีไข้หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมาจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ เคืองตา หน้าตาแดง อาการมักจะเป็นอยู่ 2-4 วัน แล้วไข้จะลดลงภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัด  น้ำตาไหล กลัวแสง หนังตาบวม เยื่อบุตาอักเสบ ปวดหู  หูน้ำหนวก  หลอดลมอักเสบ  กล่องเสียงอักเสบ  ปอดบวม   ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ หูน้ำหนวก หลอดลมอักเสบ  ปอดบวม ปอดอักเสบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ
 ข้อแนะนำการดูแลรักษาและการป้องกัน
1. พักผ่อนมากๆ และอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
2. กินอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย ควรดื่มน้ำมากๆ
3. ไม่ควรอาบน้ำ แต่ควรเช็ดตัว
4. ปิดจมูก ปาก เวลาไอหรือจาม และบ้วนน้ำลายลงในภาชนะที่ใส่ยาฆ่าเชื้อโรค
5. ควรพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
6. ควรหยุดพักงานหรือการเรียนชั่วคราว จนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค
ประการสุดท้ายคือการออกกำลังกายและทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดยัดเยียด  รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ  อย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่าใช้ของร่วมกับผู้ป่วย ซึ่งวิธีการป้องจากการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ที่วิธีหนึ่งคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จำเป็นต้องฉีดทุกปี เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เรื่อยๆเพื่อให้ครอบคลุมเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ และหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 สัปดาห์ ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันโรคประมาณ 1 ปี ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน 2.เด็ก อายุ 6 เดือน-2 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง  7  กลุ่มโรค  คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด  หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย  เบาหวาน  และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด     4. ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี  
5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7.โรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก. ทั้งนี้สามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตามสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง
                                                    
บทความ / สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี 28.10.62    โทร 036 223118
จ.ส.อ.สุประวีณ์  บุญธิคำ /บรรณาธิการข่าว /รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ความคืบหน้าล่าแก๊งยานรก ตำรวจ นำสุนัข ตำรวจล่าพร้อมโดรนบินกดดัน

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์: ความคืบหน้า ล่าแก๊งยานรก  ตำรวจ นำสุนัข ตำรวจล่...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:


ความคืบหน้า ล่าแก๊งยานรก  ตำรวจ นำสุนัข ตำรวจล่...
: ความคืบหน้า  ล่าแก๊งยานรก   ตำรวจ นำสุนัข ตำรวจล่าพร้อมโดรนบินกดดัน ล่ากดดัน 2 คนร้าย ขนยาบ้าร่วม 4 ล้านเม็ดพร้อมไอซ์ หลบเขาพระพุท...



ความคืบหน้า ล่าแก๊งยานรก  ตำรวจ นำสุนัข ตำรวจล่าพร้อมโดรนบินกดดัน ล่ากดดัน 2 คนร้าย ขนยาบ้าร่วม 4 ล้านเม็ดพร้อมไอซ์ หลบเขาพระพุทธฉาย กบดานเงียบ ยังไร้แวว






 คืบหน้า จากกรณี ด้าน  พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์  คูสิทธิผล  ผกก. 1 บก.ทล โดยสายรายงานว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาว ทะเบียน  5 กฒ-7897กทม ขนยาบ้าและยาไอช์ เข้า กทม. จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่าตำรวจทางหลวงมีการตั้งด่านสกัดจนรถคนร้ายหลบหนีไปและจนมุมที่ ริมถนน โดยรถคนร้ายจอดทิ้งไว้ ข้าง บ้านชาวบ้านริมเขา พระพุทธฉาย   หมู่ที่ 3 ต.หนองปลาไหล อ. เมือง จ. สระบุรีคนร้าย 2 คน ทิ้งยาบ้า ร่วม 4 ล้านเม็ดและยาไอซ 41 กิโล มูลค่า 20 ล้านกว่าบาท ในรถ วิ่งหลบหนีขึ้นเขาไป จนเจ้าหน้าที่นำ ตำรวจ อส. ชาวบ้านมีการปิดล้อมไล่ล่า ยังไร้วี่แวว

     -----  ต่อมา เวล16.00 น พันตำรวจเอก ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองสระบุรี พร้อมตำรวจสืบสวนเมืองสระบุรีพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสุนัขตำรวจ 191  ร.ต.ท. สมพงษ์ เอิ่ยมเสือ รองสาวัตร กองกำกับการสุนัขตำรวจ 191 ได้นำสุนัขตำรวจ 2 ตัว เพื่อดมกลิ่นและสืบหาผู้ต้องสงสัยบริเวณเขาพระฉายหมู่ 3 ตำบลหนองปลาไหล ซึ่งเป็นสุนัขตำรวจ 191  ตัวแรก ชื่อสมปอง  เพศผุ้ อายุ 4 ปี พันธุ์ เบลเยี่ยม มารีญ่า และ อีก 1  ตัวชื่อชาโคล  เพศผู้  อายุ 4 ปี  พันธุ์ รอบอดอ   เพื่อที่เข้าทำการสะกดรอยค้นหาคนร้ายที่ยังหลบหนีบนเขา ซึ่ง ในระหว่างการที่คนหลบหนี ทางตำรวจได้ เก็บรองเท้าผ้าใบสีแดง ซึ่งคาดคนร้ายทำตกในป่า  ขณะเดียวกัน ก้มีการใช้โดรนบินบนท้องฟ้าเพื่อกดด้นคนร้าย ซึ่ง ภายในป่าเขามีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ซึ่งการติดตามยังไร้วี่แวว

สมพงษ์ ปานรุ่ง ภาพ/ ข่าว
จ.ส.อ.สุประวีณ์  บุญธิคำ  /บรรณาธิการข่าว /รายงาน

ตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี จับยาบ้าร่วม 4 ล้านเม็ดพร้อมไอซ์ ขณะที่กำลังขน...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:        ตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี จับยาบ้าร่วม 4ล...

บีทีเคนิวส์ ออนไลน์:

       ตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี จับยาบ้าร่วม 4ล...
:        ตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี จับยาบ้าร่วม 4 ล้านเม็ดพร้อมไอซ์ ขณะที่กำลังขนลงจากอีสานสู่ กทม คนขับหนีรอดหวุดหวิด เจ้าหน้าที่สนธิก...


       ตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี จับยาบ้าร่วม 4 ล้านเม็ดพร้อมไอซ์ ขณะที่กำลังขนลงจากอีสานสู่ กทม คนขับหนีรอดหวุดหวิด เจ้าหน้าที่สนธิกำลังไล่ล่าต่อเนื่อง

พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์  คูสิทธิผล  ผกก. 1 บก.ทล. สืบทราบจากสายข่าวว่าจะมีคนร้ายนำยาบ้าจาก ทางภาคอีสาน ต้นทางมาจาก จ.นครพนม เพื่อนำสู่ กทม. โดยสายรายงานว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน  5 กฒ-7897 กทม  โดยรถเริ่มออกจาก ตัว ต้นทาง จ.นครพนม เวลา 3 ทุ่ม ของวันที่ 23 ต.ค  ดังนั้น จึงได้สั่งการ พ.ต.ท. อภิชน ขันกา   สว.ทล.2 กก.1 บก.ทล และ  ร.ต.อ.  ธนพล ยอดกัญหา รอง.สว.ทล.2 กก.1 บก.ทล ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยสังเกตการณ์ ตามเส้นทางรับผิดชอบ บนถนน มิตรภาพ และ ถนนพหลโยธิน อย่างเคร่งครัดเพื่อจะสกัดจับรถคนร้ายดังกล่าว




ต่อมา เมื่อเวลา 06 .00 น. วันที่ 24 ต.ค 62  ขณะที่ และ  ร.ต.อ.  ธนพล ยอดกัญหา รอง.สว.ทล.2 กก.1 บก.ทล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ตั้งด่านจุดตรวจสกัดที่หน้า  สถานีตำรวจทางหลวง บนถนนมิตรภาพ หลัก กม.ที่ 92 อ.หนองแค จ. สระบุรี  ขณะเดียวกันพบรถต้องสงสัยตามที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง ซึ่งเป็นรถมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาว ทะเบียน  5 กฒ-7897กทม  ติดฟิมล์มืด วิ่งผ่านเข้ามาที่ด่านตรวจ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้รถคันดังกล่าวเข้าด้านซ้าย เพื่อขอตรวจ ขณะเดียวกันรถคนร้ายไม่ยอมจอดให้ตรวจ คนร้ายได้เร่งเครื่องเพื่อหลบหนีออกจากด่านตรวจ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถของคนร้ายเร่งเครื่องหนี  ทำให้ ด้านประตูซ้ายของรถคนร้าย ไปชนที่ด้านท้ายรถกระบะโตโยต้า ตำรวจทางหลวง 1221 ทะเบียน 5 กย  6151 กทม จนด้านช้ายพัง  จากนั้นรถคนร้ายได้ขับหลบหนีวิ่งไปทางถนนบ้านภาชี – นครหลวง  โดยมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงไล่ติดตามอย่างกระชันชิด  จนกระทั่งรถของคนร้ายได้ขับ หลบหนีกลับมาเข้า ใน อ.เมืองสระบุรี โดยวิ่งมาตามถนนสาย บายพาสพระพุทธฉาย เส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หมู่ที่ 3 ต.หนองปลาไหล อ. เมือง จ. สระบุรี จากนั้นคนร้ายรู้ตัวว่า มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไล่ติดตามอย่างกระชันชิด  คนร้าย ซึ่งเป็นชาย 2 คน จึงได้จอดรถทิ้งไว้ข้างทาง และวิ่งหลบหนีขึ้นไปบนเขาพระพุทธฉาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไล่ติดตามอยู่


   ---- ต่อมา เจ้าหน้าที่ทางหลวงได้นำรถของคนร้าย มิตซูบิชิ ปาเจโร่สีขาว ทะเบียน  5 กฒ-7897กทม มาตรวจสอบ ที่ สถานีตำรวจทางหลวง พร้อมเปิดท้ายในรถดูโดยในรถพบยาบ้าใส่ถุงดำและถุงปุ๋ย จำนวน 393 มัด  ประมาณ ร่วม 4 ล้านเม็ด และยาไอซ์ จำนวน 41 มัด  มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท โดยยาไอซใส่ในถุงเป็นถุงชาจีน  ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังปิดล้อมเพื่อหาตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่  พร้อมทั้งได้ตรวจสอบทะเบียบรถ ของคนร้ายว่าใครเป็นเจ้าของเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี
ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ต  นภดล ศรสำราญ  รอง.ผบช.ภ 1  พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์  คูสิทธิผล  ผกก. 1 บก.ทล. ร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัด สระบุรี และพนักงานของบริษัทจรูญรัตน์มิตรซูบิชิ สระบุรี  รวมกันตรวจสอบตัวรถมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาว ทะเบียน  5 กฒ-7897กทม ของคนร้าย ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น ด้าน พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์  คูสิทธิผล  ผกก. 1 บก.ทล.  เผยผุ้สื่อข่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่ถูกสวมทะเบียนขึ้นมาใช้ในการขนยาเสพติด โดยพบว่าหมายเลขทะเบียน5 กฒ-7897กทม รถไม่ตรงกับตัวเลขเครื่องและคลัชชี ซึ่งการตรวจสอบทะเบียนรถ5 กฒ-7897กทม  นั้น ทราบว่าเจ้าของรถเป็นผุ้หญิง อยุ่ที่ จ. น่าน  เป็นผุ้จดทะเบียนเลขดังกล่าว  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามเจ้าของรถมาทำการสอบสวนต่อไปว่าเป็นผุ้ร่วมรุ้เห็นหรือกระทำความผิดต่อไป
    ----- ส่วน ที่บริเวณทางด้าน เขาพระพุทธฉาย   ที่คนร้ายกำลังหลบหนีนั้น ได้มีการสนธิกำลังตำรวจภูธรเมืองสระบุรี เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรัตนตรัยสระบุรี มูลนิธิร่วมกตัญญู ฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี กว่า 100 นาย เฝ้าปิดล้อมและไล่ติดตาม 2 คนร้ายอยุ่  เพื่อติดตามตัวคนร้ายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สมพงษ์  ปานรุ่ง สระบุรี /ภาพข่าว
จ.ส.อ.สุประวีณ์  บุญธิคำ บรรณาธิการข่าว/รายงาน
  -----